| narit's profileFlying to N@RIT SpacePhotosBlogLists | Help |
|
January 15 TITVมันก็ไม่น่าแปลกใจมากนักสำหรับการปิดตัวของ TITV .... ในวันที่ 14 มค....
แต่มันก็ทำให้อดคิดไม่ได้ว่าช่องทางข่าวสารที่เป็นอิสระ (แม้ว่ามันคนจะไม่เชื่อว่ามันอิสระก็ตาม) จะไม่มีเหลืออยู่ ....
ลองพิจราณาดู ... มันจะเหลือช่องทางใหนอีกในแผ่นดินนี้ ... Internet เหรอ ,... ยากมาก ... อาจจะเป็นสาเหตุนึงที่บางคนไม่อยากให้ เทคโนโลยี 3G ในประเทศไทยเกิด เพราะจะไม่สามารถควบคุมชการสื่อสารได้
วัฒนธรรมไทย ไม่ได้เป็นวัฒนธรรมที่มีอิสระทางความคิด ... อาจะเป็นเพราะอดีตอันยาวนานก็เป็นได้ ที่ทำให้เต็มไปด้วยขนบธรรมเนียมเก่าๆ
ถ้ามองลึกลงไป การที่เราจะระบุถึงต้นตอของการ "ขาดความอิสระ" ก็คงต้องยอมรับในข้อนึงว่า มันไม่ได้เกิดด้วยสาเหตุบางประการ แต่เป็นเพราะวิธีคิด และพฤติกรรมของคนไทยเอง ที่ทำให้ ... เกิดความคิดที่ว่า " มันดีกว่าที่จะคงให้เป็นอย่างนี้"
ในโลกที่พัฒนาไปสู่ user generated content เราก็เห็นได้ว่า มีหลายตัวอย่างเกิดขึ้นใทย .. เช่น "ผีกาก้า", หรือแม้กระทั่งรายการที่เป็น user generated ทางอ้อมเช่น แฟนพันธุ์แท้ ที่ใช้ทักษะเฉพาะของผู้แข่งขันมาเป็นวัตถุดิบ.. (อาจจะไม่ตรงนัก แต่ก็เห็นได้ว่าในตอนหลังรายการนี้เกิดเป็น community ไปแล้ว)
แต่ทว่า Content บางประเภทกลับถูกปิดกั้น ทั้งที่สิ่งเหล่านั้นส่งผลใหญ่หลวงกับสังคม เช่น ... การเมือง
เชื่อหรือมั้ยว่า ปัจจุบัน การเมืองกับสื่อลามกอนาจารมันเป็นสิ่งที่จะโดนขึ้นบัญชีดำพร้อมๆกัน
ลองดูตัวอย่างใน Camfrog สิ
1. ห้ามเกรียน (อันนี้เป็นปกติ)
2. ห้ามโชว์ ห้ามเห็น..... (รู้ๆ กันอยู่)
3. ห้ามพาดพิงสถาบัน หรือพูดเรื่องการเมือง ...... ที่เป็นการสนับสนุนความแตกแยกของสังคม .... !!!!
แล้วจะให้การเมืองมันพัฒนาได้อย่างๆไร ถ้าไม่มีการวิจารณ์ โดยส่วนตัวผมเคยชอบการวิจารณ์ของ สนธิ ลิ้มน่ะ .... จนกระทั่งมันเปลี่ยนไปเป็น ม๊อปพันธมิตร ....
การวิจารณ์ในเมืองไทย ในช่วงนึงมันก็เป็นความคิดที่ดี แต่ ไม่รู้ทำไมมันจึงเปลี่ยนไปเป็นการใช้อารมณ์ ... ผมว่าอารมณ์กับผลประโยชน์บางที่มันใช้ช่องทางแสดงออกร่วมกัน
การศึกษาประวิตศาสตร์ .... เท่าที่จำได้ .... วิชาอะไรก็ไม่รู้ ...... พึ่งมาสนใจก็ตอนหลังที่ได้ดูจากสื่อต่างชาติ ... ในมุมุมองที่ต่างกัน ประวัติศาสตร์เราชอบศึกษาแบบให้สอบได้ คือมีความรู้ ... แต่ไม่ได้เข้าใจว่าทำไมบุคคลเหล่านั้นถึงตัดสินใจ .... ถ้าจะมีก็ไม่เน้นเท่ากับสื่อต่างชาติ ... มันเลยไม่สนุก ...(นอนดีก่า)
ประวัติศาสตร์มันถูกเขียนโดยผู้ชนะ.....
ช่วงหลังๆ ได้ดูหนังหลายเรื่อง ที่น่าดูคือ "V for Vendeta","Children of Men",....
ทั้งลองเรื่องนี้เมื่อมามองย้อนกลับกับสถาณการณ์ในเมืองไทย ... ทำให้เห็นมุมมองที่น่าสนใจ (แค่มุมมองน่ะ )
ก็พอเข้าใจว่าทำไมการ censor ในเมืองไทยถึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นในสายตาบางคนในช่วงเวลานี้ .....
ดังนั้น .... อีกนานกว่า ทีวีเสรีจะเกิด....
จะว่าไป ผมไม่ได้เกลียดชังอะไร .... แค่เห็นความไม่สมเหตุผล ....
จำได้ว่าตอนเราเรียนหนังสือ เราโดนบังคับให้ใส่ชุดนักเรียน ... เราก็อยากจะแต่งตัวตามที่ตัวต้องการ เพื่อสะท้อนความเป็นตัวเอง ...
แต่ตอนโต เอาเข้าไปแต่งตัวให้เหมือนกันทั่วประเทศ .....
ผมว่าตอนจบมันก็ไม่น่าแปลกใจอยู่ดีที่ ที่คนไทยชอบ และชินกับวัฒนธรรมแบบนี้ ... หรือระบบการปกครองแบบนี้ ...
ระบบที่ คน กลัวที่จะโดดเดี่ยว ... ต้องเกาะกลุ่มกัน ... เหมือนกับธรรมเนียมที่ทำให้ช่างกลตีกัน .... (แต่การที่ช่างกลตีกันคงจะเกิดจากการที่มี มือที่มองไม่เห็น ไปช่วย Manipulate ก็เป็นได้....)
ถ้าคนไม่ได้รู้สึกถึงศักศรีความเท่าเทียมของตัวเอง มันก็จะเป็นอย่างนี้แหละ
ซื้อเสียงยังไม่ได้ซื้อเลยใช้ความเกรงใจก็ได้ ... เกรงใจ ... เป็นสิ่งที่ถูกทำให้เป็นเหตุผล และเป็นเหตุผลที่ขัดต่อหลักประชาธิปไตย ...
ทำไมเราไม่กล้ามองและสรุปไปให้ตรงเลยว่า เราปกครองด้วยระบอบเดียวกับประเทศมาเลย์ ...
ภูมิใจไปเลยที่จะบอกโลกว่าเราปกครองด้วยระบอบ Absolute .... เราไม่มีความภูมิใจพอเหรอ ??? หรือว่ากลัวว่าฝรั่งเค้าจะมองไม่ดี
หรือว่ากลัวความมั่นคงทางเสถียรภาพเพราะรู้ว่าระบบนี้ มันขึ้นอยู่กับตัวบุคคลเกินไป.... TrackbacksThe trackback URL for this entry is: http://naritb.spaces.live.com/blog/cns!240D0CD730B4C05D!437.trak Weblogs that reference this entry
|
|
|