| narit's profileFlying to N@RIT SpacePhotosBlogLists | Help |
|
September 13 ระบบที่ต้องเลือก??เราสับสนกับคำว่า
1 .ประชาธิปไตย 2 .เผด็จการทหาร- ระบบกษัตริย์ (กษัตริย์คือนักรบไช่มั้ย) 3. เผด็จการ- อำมาตยาธิปไตย (technocrat หรือกลุ่มคนที่มีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษ) - ระบบประชาธิปไตย นั้นมีจุดร่วมอยู่กับระบอบสังคมนิยมคือการที่ประชาชนมีสิทธิเท่าเทียมกัน
- แต่ระบบกษัตริย์ คือการที่มีคนๆ หนึ่งที่เป็นศูนย์รวมอำนาจ ทั้งองค์คาพยบนั้นต้องเคลื่อนไหวภายใต้ คนๆนั้น - ระบบ 70:30 นั้นเปรียบได้กับระบบอำมาตย์ คือการที่รวมการปกครองไว้ที่กลุ่มคนแทนที่จะเป็น คนเพียงคนเดียวหรือใช้เสียงส่วนใหญ่ รวมทั้งแนว คิดต่างๆ เช่นการที่ผู้จะ้เลือกตั้งได้ต้องพร้อม หรือมีการศึกษาที่ดีพอ ถึงจะมีสิทธิ์ออกเสียง อันนี้ก็ไม่เรียกว่าประชาธิปไตยครับ
เมื่อ แยกได้แล้วจะเห็นได้ว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมาเมืองไทยเป็นระบบ พหุนิยม คือการอยู่ในความคลุมเคลือของระบบต่างๆ
2475 ทุกคนรู้ว่าเป็นแค่การถ่ายหรือปล้นอำนาจจากพระมหากษัตริย์มายังกลุ่มอำมาตย์หรือกลุ่มคนชั้นสูงที่ได้รับการศึกษาจากเมืองนอก หลังจากปี
นั้น เผด็จการทหารก็กลับมามีอำนาจ ภายใต้กระแสโลกของยุค ฮิตเลอร์ มุโสลินี.. ญี่ปุ่น จอมพลป.
... จนกระทั่งเกิดการปฏิวัติทางการศึกษาที่ ที่กลุ่มชนชั้นกลางเริ่มได้รับการศึกษาในระดับสูง เกิดเป็น 14 ตค. แต่คนเหล่านี้ ก็ได้เติบโต แต่ แบ่ง
แยกออกเป็นสองกลุ่มคือ กลุ่มทุนนิยมและอำมาตย์นิยม ซึ่งอธิบายได้คือกลุ่มที่เป็นพ่อค้า กลับกลุ่มที่รับราชการ.....
ปัญหาวันนี้คือการแย่งอำนาจของแนวคิดทั้งสองแนวนี้ ... กลุ่มพ่อค้าอยากให้บ้านเมืองเป็นทุนนิยม บริโภคนิยม มองเรื่องกินแต่จากไม่ได้มองเรื่อง
เกียรติเป็นหลัก ประเทศที่อยู่กับระบบนี้ประชาชนจะต้องเรียนรู้จากการโดนเอาเปรียบ แต่ก็ยังมีโอกาสที่จะต่อสู้
กลุ่มอำมาตย์ก็พยายามให้ประเทศอยู่ด้วยระบบเกียรติศักศรี แต่มองเรื่องปากท้องเป็นประเด็นรอง... แต่ปัญหาจากระบบนี้คือระบบอุปถัมณ์... ซึ่ง
เป็นที่มาของการคอรัปชั่นและการได้เปรียบทางสังคมอย่างสมบูรณ์
ทำให้วิธีการของคนสองกลุ่มต่างกันโดยสิ้นเชิง .... จึงเกิดปัญหาในวันนี้
ปัญหาในวันนี้เกิดจากการเปลี่ยนผ่านระหว่างสองระบบนี้ จากระบบอำมาตย์ที่มีการคอรัปชั่นและได้เปรียบในหลายๆด้าน ไปยังระบบทุนนิยม ซึ่งทำ
ให้กลุ่มทุนบางกลุ่มกลับได้มีอำนาจทั้งสองอย่างนี้ในเวาเดียวกัน .... ทำให้ผู้ที่อยู่ระบบอำมาตย์เสียผลประโยชน์และโดนรุกฆาต จึงต้องออกมาต่อสู้
.... นั่นเอง....
ปัญหาคือ กระแสโลก .... ถ้าประเทศไทยไม่สนใจกระแสโลกที่ระบบเผด็จการต่างๆ ทั่วโลกกำลังโดนโจมตี และกำลังกลายเป็นระบบประชาธิปไตย
หรือไม่ก็คอมมิวนิส..... เราก็คงสามารถเอาระบบ 30:70 หรือการแก้รธนเพื่อถวายอำนาจกลับก็เป็นได้ ...
การล่มสลายของ USSR ก็เป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้ตอนนี้แทบทุกประเทศ ที่ไม่ได้ปิดตัวเองเป็นระบบทุนนิยม หรือแม้กระทั้งคอมมิวนิสจีน..... เราจึงไม่
เหลือทางเลือกเหล่านั้น
ถ้ามองให้ชัดคือการเลือกระหว่างทุนนิยม กับ อำมาตยาธิปไตย ปัญหาคือเราสามารถอยู่ได้มั้ยโดยปราศจากทุน... (เราจะมีงานทำมั้ย)
แต่สำหรับอำมาตยาธิปไตย แน่ใจเหรอว่าเราสามารถกลับไปยังระบบนี้โดยยังสามารถมีระบบอุปถัมณ์ และไม่นำไปสู่การคอรัปชั่น การได้เปรียบทาง
สังคมอย่างสมบูรณ์...
และแน่ใจหรือว่าหัวใจของประเทศ จะไม่โดนกลุ่มอำมาตย์เป็น proxy ทำให้ระยะห่างๆ ห่างขึ้น ห่างขึ้น....
สิ่งต่างๆที่รัฐบาลทักษิณทำ ยังเทียบไม่ได้กับโอกาศที่ระบบอำมาตย์กลับมา และได้กระทำสิ่งต่างๆ เหมือนยุคสลิต ...
ที่กฏหมายไม่มีทางทำอะไรได้ ผมยังเชื่อว่า ที่สุดแล้ว แม้ไม่มีการปฏิวัติ 9 กย. รัฐบาลทักษิณก็ล้ม .. ไม่จำเป็นต้องลงทุนทำลายประชาธิปไตยที่ได้ทำกันมา
และยังเชื่อว่า ณ. วันนี้ประชาชนได้เริ่มเรียนรู้ ได้เรียนรู้ว่าเสียงตัวเองส่งผลแค่ใหน มากขึ้น...
เชื่อว่า เราจะต้องฝ่าฟันไป เพื่อให้คนทั้งประเทศได้เรียนรู้ไปด้วยกัน เพราะการที่หยุดทุกอย่างเพื่อทำการให้ความรู้ หรือยัดเยียดความรู้ของเราให้กับเค้า อาจจะทำให้เค้าไม่รู้ว่าสิ่งที่เค้าต้องการจริงๆคืออะไร เมื่อคนส่วน
ใหญ่ในสังคมยังไม่รู้เลยว่าตนเองต้องการอะไร แล้วอะไรคือเสรีภาพ การกระทำแบบนี้มันมิใช่ระบบไพร่ทาสหรอกหรือ?
ประชาธิปไตยต้องมาจากความต้องการของปวงชน
ที่สุดแล้วคนทุกคนจะต้องรู้ให้ชัดว่าต้องการอะไร สิทธิที่ตัวเองทำได้คืออะไร และขอบเขตคืออะไร
ผมเชื่อว่า ณ. วันนี้สายไปแล้วสำหรับการย้อนทุกอย่างกลับไปยังจุดเริ่มต้น กลับไปยังระบบอำมาตย์ ยกเว้นแต่ว่าเราจะยอมปิดประเทศ TrackbacksThe trackback URL for this entry is: http://naritb.spaces.live.com/blog/cns!240D0CD730B4C05D!467.trak Weblogs that reference this entry
|
|
|