narit's profileFlying to N@RIT SpacePhotosBlogLists Tools Help

Blog


    February 14

    ช่าง ^ วิศวกร ^ นักวิทยาศาสตร์

    ใครคือช่าง ???

    ใครคือวิศวกร ???

    ใครคือนักวิทยาศาสตร์ ???

     

    คำถามนี้ จะว่าไปเป็นคำถามที่มีมานานพอๆกับที่ผมจำความได้...

     

    เอาเป็นว่า ผมเองอาจจะโดนฝังหัวเรื่องอาชีพ "วิศวกร" มาตั้งแต่เด็กๆ

     

    จำความได้ว่า ตอนเด็ก ประมาณ อนุบาล ตอนนั้นคุณยายกำลังสอนวาดรูป

     

    ยายถามว่าจะวาดรูปอะไร ผมชี้ไป .... ยายก็วาดรูปนก ผมบอกไม่ใช่ ผมวาดเสาไฟฟ้า...

     

    มีวันนึง กลอนประตูร้านของแม่เป็นอะไรไม่รู้ ... แต่เราเอาดินน้ำมันปั้นเป็นกลอนไปแปะ ไว้ตรงประตู จำไม่ได้ว่า ประตูมันมี function อะไรบ้าง ...

     

    ผมอาจจะอยู่ในบ้านที่เป็นแต่วิศวะและช่าง ทางนึงคือก่อสร้าง อีกทางนึงคืออัญมณี(ช่างเจียรพลอย)

     

    จำได้ว่าตอนเด็ก ผมชอบถือปลั๊กไฟเดินไปๆมาๆ มีวันนึง Circuit Breaker ชั้นห้องนอนตัด และแม่เป่าผมอยู่ .. ผมก็เลยเอาปลั๊กต่อไฟจากชั้นสอง ต่อพ่วงไปเรื่อยๆ จนถึงชั้น 3 และก็ถามพ่อว่า ทำไมไม่มีปลั๊กที่เป็นตัวผู้สองหัว ..... มันต้องใช้เวลามาถึงตอนมต้น... ถึงจะรู้ว่าไฟมันมี Alternative Current ... แต่ด้วย Building Block ไม่รู้ว่ามันปะติดปะต่อมายังไง (แม้กระทั่งตอนนี้ที่ของบางอย่างที่คิดก็ไม่ค่อยจะอธิบายได้ .. มั่วเอามั้ง) ณ. ตอนนั้นจำได้ว่าพ่อโวยวายระดับ.. !!! แต่พ่อผมเข้าใจน่ะ..

     

    อันต่อมา ประมาณ ป.ภ ทำไฟซ๊อตครั้งแรก (ทุกอย่างต้องมีครั้งแรก) ตอนนั้นอยากได้ไฟคริสมาส แต่มันแพงและที่บ้านไม่ซื้อให้ ... จะได้ก็คือเอาตังไปศึกษาภัณทร์ แล้วซื้อหลอดเล็กๆ หลอดล่ะไม่กี่บาท จำได้ 3 บาทมั้ง ขั้ว 2 บาท สายไฟ 5 บาท มาต่อเอง.... ไอ้เราก็มัดแยกสายแล้วน่ะ ... แต่คิดว่าตอนพัน คงทำ tape มัน slide ทำให้มัน short ไฟดับ เครียดมาก ... พยายามจะกลบเกลื่อนร่องรอย ไปที่ breaker แต่ก็ไม่กล้าสับ เพราะกลัวมันจะวุ่นไปใหญ่ หลังจากนั้น พ่อรีบติด safe-t-cut เลยในวันต่อมา (และในที่สุดก็สั่งเป็น Direct Connect)

     

    ที่บ้าน ผมมีหุ่น transformer อยู่ 1 ตัว เท่านั้นในบรรดาของเล่น ที่เหลือคือ lego ที่คุณแม่ซื้อให้ 1 ชุด และคุณพ่อ 1 ชุด ที่เหลือ ได้ฟรีจาก บริษัท lego คร้าบ..

     

    ดังนั้นที่พ่อจะซื้อให้คือ part ... จำได้ว่าครั้งแรกคือไปซื้อ ที่ central ชิดลมแผนกประดับยนต์ (จะว่าไปตอนนี้ผมยังเขียนแผนผังห้างได้แม่นอยู่) ซื้อ ถ่าน 9v กับหลอดใส้และหัวแร้งอันหญ่ายๆ วันนั้นพ่อก็สอนบัดกรี... นิ้วพองครั้งแรก...

     

    ดังนั้นสำหรับผมสิ่งที่ผมชอบที่สุดคือสิ่งที่ผมสร้างและทำเอง ... ถ้าผมมีตังซื้อ Ferrari ผมขอเลือกเอาตังไปสร้างรถคันนึงดีกว่า...

     

    กลับมาที่คำถาม..

    ช่างคืออะไร... เพื่อนคนนึงบอกว่า เป็นคนที่มีฝีมือในเชิงงานนั้นๆ

     

    วิศวะคืออะไร... บางคนบอกว่าคือคนที่สามารถคาดการได้ล่วงหน้าว่าปัญหาคืออะไรและสามารถเตรียมการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้.. แถมท้ายด้วยต้องมีความสามารถในการบริหารงานและคน และเสริมด้วยข้อสุดท้ายที่ว่า วิศวะคือคนที่สามารถเอาศาสตร์ต่างๆมาประยุกต์ใช้งานเพื่อแก้ปัญหาที่เจออยู่..

     

    นักวิทยาศาสตร์ คือคนที่ทุ่มเทเพื่อค้นคว้าหาและสรุปความเป็นจริงที่มี ทั้งปรากกฏและซ่อนตัวอยู่ของสิ่งต่างๆ

     

    ตั้งแต่เด็ก มีคนบอกว่า ผมเป็น"ช่าง" เอาเป็นว่า ทุกคน ... ตอนป.ตรี ผมก็เลือกคณะที่น่าจะตรงกับผมที่สุด ตามคำแนะนำของ อ.แนะแนว..

     

    แต่จากป.ตรี ความรู้สึกส่วนนึงคือ ความรู้สึกของการขาดทฤษฏี ผมก็เลยเรียนป.โท. ปรากฏว่า ได้เข้ามาในภาคคอมพ์ ซึ่งมันเป็นคคละเรื่องเพราะตรงนี้มีแต่ทฤษฏี ...

     

    ก็เหมือนกับว่า ไม่ถนัด math แต่ก็ดันเข้า mechatronic ซึ่งเป็น control เป็นภาคที่อาจจะเรียกได้ว่า อยู่บน math ของทุกวิศวะ..

     

    อันต่อมา คือการแบ่งแยกชนชั้น ที่ว่า ช่าง กับ วิศวะ ไม่รู้ว่ายังไง เพื่อที่จะได้อวดตัวเองหรือไม่ว่าข้าเหนือกว่า..

     

    สงสัย... เคยคิดมั้ยว่า งานช่างมันเป็นพรสวรรค์และฝึกฝน ไม่ใช่ใครทุกคนจะทำได้..

    งานวิศวะ แน่นอนว่าต้องใช้ความรู้และความคิดมากกว่า แต่มันจะไม่มีประโยชน์อะไรได้เลย ถ้าไม่มีคนทำ

     

    ในความเป็นจริง คนที่ทำเค้าจะต้องเจอกับปัญหาที่แตกต่างออกไปจาก แค่ทฤษฏี ... มันไม่สำคัญหรอกว่าคุณจะรู้อะไรลึกแค่ใหน เพราะคุณได้แต่คาดการณ์ปัญหา แต่ไม่มีทางรู้ว่าจะมีปัญหาอะไร

     

    ถ้าเรายังไม่สามารถ สลัด ภาพ การแบ่งชนชั้น เราจะไม่มีทางเจริญได้เลย เพราะว่า การแบ่งแยกนี้แสดงถึงความ ไร้ความเข้าใจในการเกิดขึ้นของเทคโนโลยีโดยสิ้นเชิง

     

    เทคโนโลยี เกิดได้เพราะการที่สามารถรวมเอา ทักษะทั้งสองอย่างเข้ามาด้วยกัน และทำการพัฒนาไปมาคือ คิด สร้าง วิเคราะห์ ปรับปรุง วิเคราะห์ ปรับปรุง... ไปเรื่อยๆ

     

    ดังนั้น มันจำเป็นที่จะต้องมีทั้งสองอย่าง .... มิฉะนั้นงานที่ทำๆ ก็จะแค่เป็นกองของอะไรที่ไม่มีการพัฒนา หรือไม่ก็แค่เป็นกระดาษ..

     

    การต้องทำทั้งสองอย่าง เหนื่อย...

     

    State of the art คือคำที่มักจะถูกใช้เพื่อเรียกเทคโนโลยีล่าสุด

     

    เพราะมันเกิดว่าคำว่าเทคโนโลยี มันเป็นศิลปะ ... มันยังไม่สามารถอธิบายได้ด้วยความรู้ที่มีอยู่ในตอนนั้น ... เช่นเครื่องเสียง...

     

    และภาพวาดที่สวยงามนั้น จะสามารถเข้าถึงได้โดยดวงตาที่สามารถมองเห็น..

     

    ถึงจุดนี้ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ความแตกต่างของ วิศวกร และ ช่างคืออะไร

     

    รู้แค่ว่า มันต้องบาลานซ์ .... สำหรับผมตั้งแต่ผมจำความได้ มันก็มีแต่สิ่งที่ผมทำในตอนนี้ เป็นสิ่งที่ผมอยากทำมาตลอด (จนบางทีแยกไม่ค่อยออกระหว่าง งานกับ งานอดิเรก”) ... ตอนนี้ยังไม่เห็นอะไรที่จะทำให้ balance นี้เปลี่ยนไป

     

     

     

     

     

     

     

     

     
     
     
     
     

    Comments (1)

    Please wait...
    Sorry, the comment you entered is too long. Please shorten it.
    You didn't enter anything. Please try again.
    Sorry, we can't add your comment right now. Please try again later.
    To add a comment, you need permission from your parent. Ask for permission
    Your parent has turned off comments.
    Sorry, we can't delete your comment right now. Please try again later.
    You've exceeded the maximum number of comments that can be left in one day. Please try again in 24 hours.
    Your account has had the ability to leave comments disabled because our systems indicate that you may be spamming other users. If you believe that your account has been disabled in error please contact Windows Live support.
    Complete the security check below to finish leaving your comment.
    The characters you type in the security check must match the characters in the picture or audio.

    To add a comment, sign in with your Windows Live ID (if you use Hotmail, Messenger, or Xbox LIVE, you have a Windows Live ID). Sign in


    Don't have a Windows Live ID? Sign up

    Triplewrote:
    ไม่รู้ความแตกต่างระหว่าง ช่าง กับ วิศวะ เหมือนกัน แต่จะบอกว่า อย่าไปเครียดกับมันละ ไงก็ คนเหมือนกัน อิอิ
    May 21

    Trackbacks

    The trackback URL for this entry is:
    http://naritb.spaces.live.com/blog/cns!240D0CD730B4C05D!489.trak
    Weblogs that reference this entry
    • None